การเลือกระบบประชุมทางไกลสำหรับองค์กร หลายคนอาจเริ่มจากคำถามว่า “กล้องประชุมรุ่นไหนดี?” หรือ “ต้องใช้ไมโครโฟนกี่ตัว?”
แต่ในความเป็นจริง การเลือกระบบประชุมที่เหมาะสมไม่ได้ขึ้นอยู่กับสเปกของอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว
สิ่งสำคัญกว่าคือ ขนาดห้อง จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม รูปแบบการใช้งาน ระยะห่างจากกล้องและไมโครโฟน รวมถึงลักษณะการประชุม
ห้องประชุมสำหรับ 5 คนกับห้องประชุมสำหรับ 50 คน หากเลือกอุปกรณ์แบบเดียวกัน อาจทำให้เกิดปัญหาที่คุ้นเคย เช่น
- เสียงของคนที่นั่งไกลไมโครโฟนไม่ชัด
- กล้องเก็บภาพผู้เข้าร่วมประชุมไม่ครบ
- คนประชุมออนไลน์มองเห็นผู้พูดไม่ชัด
- มีเสียงสะท้อนหรือเสียงรบกวน
- ต้องเดินไปปรับกล้องหรือไมโครโฟนเอง
- แชร์หน้าจอได้ยาก
- ต้องพึ่งฝ่าย IT ทุกครั้งที่เริ่มประชุม
ดังนั้น ก่อนเลือก Video Conference System ควรเริ่มจาก “ห้องของเราต้องการอะไร” มากกว่าการเริ่มจาก “อุปกรณ์ตัวไหนแพงหรือสเปกสูงที่สุด”
บทความนี้จะช่วยให้ผู้บริหาร ฝ่าย IT และผู้ดูแลห้องประชุมเห็นภาพว่า ห้อง 5, 10, 20 และ 50 คน ควรเลือกระบบประชุมทางไกลอย่างไร
ระบบประชุมทางไกลต้องเลือกตาม “ห้อง” ไม่ใช่เลือกตาม “จำนวนคน” เพียงอย่างเดียว
แม้จำนวนคนจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์เดียว
ตัวอย่างเช่น
ห้อง 10 คน
หากเป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ทุกคนนั่งใกล้โต๊ะกลาง อาจใช้ระบบประชุมแบบ All-in-One ได้
แต่ถ้าเป็นห้อง 10 คนที่มีโต๊ะยาวและผู้เข้าร่วมประชุมอยู่ห่างจากกล้องและไมโครโฟนมาก ระบบเดียวกันอาจไม่เพียงพอ
ดังนั้นควรพิจารณาอย่างน้อย 5 ปัจจัย
- จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม
- ขนาดและรูปทรงของห้อง
- ระยะจากผู้พูดถึงไมโครโฟน
- มุมมองและระยะของกล้อง
- รูปแบบการประชุมและอุปกรณ์ที่ต้องเชื่อมต่อ
เมื่อเข้าใจ 5 เรื่องนี้แล้ว การเลือกระบบจะง่ายขึ้นมาก
ห้อง 5 คน ควรเลือกระบบแบบไหน?
ห้องประชุมประมาณ 4–6 คน มักเป็นห้องประชุมขนาดเล็ก เช่น
- ห้องผู้บริหาร
- ห้องประชุมทีม
- ห้องสัมภาษณ์
- ห้องประชุมฝ่ายขาย
- ห้องประชุมย่อย
- Huddle Room
ลักษณะการประชุมส่วนใหญ่คือ ทุกคนนั่งอยู่บริเวณเดียวกันและอยู่ไม่ไกลจากกล้องและไมโครโฟน
ระบบที่เหมาะสม
สำหรับห้องลักษณะนี้ ระบบ All-in-One Video Conference มักเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม
อุปกรณ์ประเภทนี้รวมฟังก์ชันหลักไว้ในชุดเดียว เช่น
- กล้อง
- ไมโครโฟน
- ลำโพง
ช่วยลดจำนวนอุปกรณ์บนโต๊ะและทำให้ติดตั้งง่าย
สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ
1. คุณภาพไมโครโฟน
แม้ห้องจะเล็ก แต่เสียงยังเป็นหัวใจสำคัญของการประชุม
ควรเลือกไมโครโฟนที่รับเสียงผู้พูดได้ทั่วถึง และสามารถลดเสียงรบกวนได้
2. มุมมองกล้อง
กล้องควรสามารถเก็บภาพผู้เข้าร่วมประชุมได้ครบ โดยไม่ต้องขยับเก้าอี้เข้าหากล้อง
3. Plug & Play
หากเสียบ USB แล้วใช้งานกับโปรแกรมประชุมที่องค์กรใช้ได้ทันที จะช่วยลดภาระของฝ่าย IT
4. การติดตั้ง
ห้องขนาดเล็กไม่ควรมีสายและอุปกรณ์จำนวนมากจนทำให้โต๊ะดูรก
แนวคิดสำคัญ
ห้องเล็ก ไม่ได้แปลว่าต้องใช้อุปกรณ์น้อยที่สุด แต่ควรใช้อุปกรณ์ที่เหมาะกับระยะและจำนวนผู้ใช้งาน
ห้อง 10 คน ควรเลือกระบบแบบไหน?
เมื่อจำนวนผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 8–12 คน ความต้องการด้านเสียงและภาพจะเริ่มมากขึ้น
ห้องประเภทนี้มักเป็น
- ห้องประชุมทีม
- ห้องประชุมฝ่ายขาย
- ห้องประชุมผู้บริหาร
- ห้องประชุมฝ่าย IT
- ห้องประชุมโครงการ
ผู้เข้าร่วมประชุมอาจนั่งรอบโต๊ะประชุม หรืออยู่คนละฝั่งของโต๊ะ
สิ่งที่ต้องระวัง
ปัญหาที่พบบ่อยคือ คนที่นั่งปลายโต๊ะพูดแล้วเสียงเบา
แม้กล้องจะยังสามารถเก็บภาพทุกคนได้ แต่ถ้าไมโครโฟนรับเสียงได้ไม่ทั่วถึง คุณภาพการประชุมก็ยังไม่ดี
ระบบที่เหมาะสม
สามารถเริ่มพิจารณา
Conference Camera + Speakerphone
หรือระบบที่สามารถเพิ่ม Expansion Microphone ได้ หากห้องมีระยะการนั่งที่กว้างขึ้น
ก่อนเลือกควรตรวจสอบ
- ไมโครโฟนรับเสียงได้ไกลแค่ไหน
- สามารถเพิ่มไมโครโฟนได้หรือไม่
- กล้องมีมุมมองกว้างเพียงพอหรือไม่
- สามารถติดตามผู้พูดได้หรือไม่
- มีระบบลดเสียงสะท้อนหรือไม่
- รองรับแพลตฟอร์มประชุมที่องค์กรใช้งานหรือไม่
Practical Tip
อย่าดูเพียงคำว่า “รองรับ 10 คน”
ควรถามต่อว่า
“รองรับ 10 คนในห้องขนาดเท่าไร และผู้เข้าร่วมประชุมอยู่ห่างจากไมโครโฟนประมาณกี่เมตร?”
เพราะคำว่า “รองรับ 10 คน” ไม่ได้หมายความว่าเสียงของคนทั้ง 10 คนจะชัดเท่ากันในทุกห้อง
ห้อง 20 คน ควรเลือกระบบแบบไหน?
เมื่อห้องมีผู้เข้าร่วมประมาณ 15–20 คน ระบบประชุมทางไกลจะเริ่มมีความซับซ้อนมากขึ้น
โดยเฉพาะหากเป็นห้องประชุมขนาดกลางที่มีโต๊ะยาว หรือมีผู้เข้าร่วมอยู่คนละฝั่งของห้อง
ปัญหาที่มักเกิดขึ้น
- ไมโครโฟนตัวเดียวรับเสียงไม่ทั่วถึง
- คนปลายโต๊ะอยู่ไกลกล้อง
- ภาพผู้เข้าร่วมประชุมไม่ครบ
- เสียงจากลำโพงไปไม่ถึงทุกตำแหน่ง
- เกิดเสียงสะท้อน
- ผู้พูดต้องโน้มตัวเข้าหาไมโครโฟน
ดังนั้นห้องระดับนี้ควรเริ่มมองระบบเป็น “ชุดระบบประชุม” มากกว่าอุปกรณ์ชิ้นเดียว
อุปกรณ์ที่อาจต้องพิจารณา
- Conference Camera
- Main Microphone
- Expansion Microphone
- Speaker
- Display
- USB / Video Conference Interface
- ระบบควบคุม
- ระบบจัดการสาย
หากห้องมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจต้องพิจารณาการวางไมโครโฟนหลายตำแหน่ง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมทุกคนสามารถพูดได้โดยไม่ต้องเข้าไปใกล้อุปกรณ์
สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับห้อง 20 คน
คือ Audio Coverage
เพราะต่อให้ภาพสวยระดับ 4K แต่ถ้าเสียงขาด ๆ หาย ๆ คนที่ประชุมจากอีกฝั่งก็ยังรู้สึกว่าการประชุมไม่มีประสิทธิภาพ
ห้อง 50 คน ต้องคิดเป็นระบบมากกว่าอุปกรณ์
ห้องประชุมประมาณ 30–50 คน ถือเป็นห้องประชุมขนาดใหญ่
เช่น
- ห้องประชุมบริษัท
- ห้องประชุมผู้บริหาร
- ห้องอบรม
- ห้องประชุมคณะกรรมการ
- ห้องสัมมนา
- ห้องประชุมที่มีผู้เข้าร่วมจากหลายสถานที่
สำหรับห้องลักษณะนี้ การซื้อกล้องประชุมเพียง 1 ตัวแล้วนำมาติดตั้ง อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด
ควรออกแบบระบบโดยดูทั้งห้อง
องค์ประกอบที่ต้องพิจารณาอาจประกอบด้วย
กล้อง
ต้องสามารถครอบคลุมพื้นที่ประชุมทั้งหมด และอาจต้องใช้มากกว่า 1 มุมกล้อง ขึ้นอยู่กับรูปแบบห้อง
ไมโครโฟน
อาจต้องใช้ไมโครโฟนหลายตัวหรือระบบไมโครโฟนสำหรับห้องประชุมโดยเฉพาะ
ลำโพง
ต้องกระจายเสียงให้ผู้เข้าร่วมประชุมในห้องได้ยินอย่างทั่วถึง
จอแสดงผล
ห้องขนาดใหญ่ควรพิจารณาขนาดและตำแหน่งของจอให้เหมาะกับระยะการมองเห็น
ระบบควบคุม
หากระบบมีอุปกรณ์หลายชิ้น การควบคุมที่ง่ายจะช่วยลดปัญหาในการใช้งานจริง

5 เรื่องที่ฝ่าย IT ควรตรวจสอบก่อนซื้อ
การเลือกระบบประชุมทางไกลไม่ควรจบที่การดูสเปกบนเว็บไซต์
ฝ่าย IT หรือผู้รับผิดชอบควรตรวจสอบหน้างานด้วย
1. ขนาดห้องจริง
วัดทั้ง
- ความกว้าง
- ความยาว
- ความสูง
- ระยะจากกล้องถึงผู้เข้าร่วม
- ระยะจากไมโครโฟนถึงผู้พูด
ข้อมูลเหล่านี้มีผลต่อการออกแบบระบบโดยตรง
2. รูปแบบโต๊ะ
โต๊ะประชุมทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า โต๊ะรูปตัว U หรือโต๊ะรูปแบบอื่น ๆ มีผลต่อการวางไมโครโฟนและกล้อง
ห้องที่มีจำนวนคนเท่ากัน แต่ออกแบบโต๊ะต่างกัน อาจต้องใช้ระบบต่างกัน
3. แสงภายในห้อง
กล้องไม่ได้ทำงานอยู่ในสภาพแสงเดียวกันทุกห้อง
ควรตรวจสอบ
- แสงจากหน้าต่าง
- แสงจากด้านหลังผู้เข้าร่วม
- ไฟเพดาน
- จุดที่กล้องติดตั้ง
เพราะกล้องที่ดีอาจให้ภาพไม่ดี หากสภาพแสงไม่เหมาะสม
4. เสียงสะท้อน
ห้องประชุมที่มีผนังแข็ง กระจก หรือพื้นแข็งจำนวนมาก อาจเกิดเสียงสะท้อน
ดังนั้นการแก้ปัญหาเสียงไม่ได้มีเพียงการเปลี่ยนไมโครโฟน
บางกรณีอาจต้องปรับสภาพห้อง เช่น
- ผนังดูดซับเสียง
- พรม
- Acoustic Panel
- การจัดวางเฟอร์นิเจอร์
5. ระบบที่องค์กรใช้อยู่
ก่อนซื้อควรตรวจสอบว่าองค์กรใช้แพลตฟอร์มใด เช่น
- Microsoft Teams
- Zoom
- Google Meet
- Webex
- หรือแพลตฟอร์มอื่น
รวมถึงตรวจสอบ
- Notebook / PC
- USB
- HDMI
- Network
- Display
- Speaker
- Microphone
เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ใหม่สามารถทำงานร่วมกับระบบเดิมได้
อย่าเลือกจาก “จำนวนคน” อย่างเดียว
นี่เป็นหนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยที่สุด
ตัวอย่างเช่น บริษัทมีห้องประชุม 20 คน แล้วเลือกกล้องที่ระบุว่า “รองรับ 20 คน”
แต่เมื่อติดตั้งจริงกลับพบว่า
คนที่นั่งด้านข้างถูกตัดออกจากภาพ
หรือ
คนที่นั่งปลายโต๊ะพูดแล้วเสียงเบา
ปัญหาไม่ได้เกิดจากจำนวนคน แต่เกิดจาก Coverage ของระบบไม่สัมพันธ์กับห้อง
ดังนั้นวิธีคิดที่ถูกต้องคือ
จำนวนคน → ขนาดห้อง → ระยะ → ตำแหน่ง → รูปแบบการประชุม → อุปกรณ์
ไม่ใช่
จำนวนคน → ซื้ออุปกรณ์
Problem → Cause → Solution
Problem: ประชุมออนไลน์แล้วเสียงไม่ชัด
Cause: ไมโครโฟนอยู่ไกลจากผู้พูด หรือมีเสียงสะท้อนในห้อง
Solution: ออกแบบตำแหน่งไมโครโฟนและเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะกับพื้นที่รับเสียง
Problem: คนประชุมออนไลน์มองเห็นผู้เข้าร่วมไม่ครบ
Cause: มุมกล้องแคบหรือระยะกล้องไม่เหมาะสม
Solution: เลือกกล้องที่มีมุมมองเหมาะกับขนาดห้อง หรือพิจารณาระบบกล้องหลายตำแหน่งสำหรับห้องขนาดใหญ่
Problem: ต้องเรียกฝ่าย IT มาช่วยทุกครั้ง
Cause: ระบบมีหลายอุปกรณ์และควบคุมยาก
Solution: เลือกระบบที่ใช้งานง่าย มีการเชื่อมต่อที่เหมาะสม และสามารถควบคุมการประชุมได้จากจุดเดียว
Checklist ก่อนเลือกระบบประชุมทางไกล
ก่อนตัดสินใจซื้อ ลองตอบคำถามเหล่านี้
ข้อมูลห้อง
- ห้องมีขนาดเท่าไร?
- มีผู้เข้าร่วมประชุมกี่คน?
- โต๊ะมีรูปแบบใด?
- ระยะไกลที่สุดจากผู้พูดถึงไมโครโฟนเท่าไร?
- กล้องอยู่ห่างจากผู้เข้าร่วมเท่าไร?
ระบบเสียง
- ไมโครโฟนครอบคลุมทั้งห้องหรือไม่?
- มีระบบลดเสียงรบกวนหรือไม่?
- มีเสียงสะท้อนหรือไม่?
- สามารถเพิ่มไมโครโฟนได้หรือไม่?
ระบบภาพ
- กล้องเห็นผู้เข้าร่วมครบหรือไม่?
- มุมกล้องเหมาะกับห้องหรือไม่?
- ต้องการระบบติดตามผู้พูดหรือไม่?
- มีปัญหาแสงย้อนหรือไม่?
การใช้งาน
- รองรับแพลตฟอร์มที่องค์กรใช้หรือไม่?
- เชื่อมต่อ Notebook ได้ง่ายหรือไม่?
- แชร์หน้าจอได้หรือไม่?
- ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถเปิดประชุมได้เองหรือไม่?
การดูแลระบบ
- ฝ่าย IT สามารถดูแลระบบได้ง่ายหรือไม่?
- สามารถตรวจสอบปัญหาจากระยะไกลได้หรือไม่?
- มีบริการติดตั้งและดูแลหลังการขายหรือไม่?
แล้วห้องของคุณควรใช้ระบบแบบไหน?
หากต้องจำเพียงหลักการเดียว ให้จำว่า
“อย่าเลือก Video Conference จากจำนวนคนเพียงอย่างเดียว ให้เลือกจากระยะ เสียง ภาพ และรูปแบบการใช้งานของห้องจริง”
โดยทั่วไป
5 คน → เน้นความง่ายและ All-in-One
10 คน → เริ่มให้ความสำคัญกับระยะไมโครโฟนและมุมกล้อง
20 คน → ควรพิจารณาระบบที่ขยายไมโครโฟนและอุปกรณ์ได้
50 คน → ควรออกแบบเป็นระบบ Conference Room แบบครบชุด มากกว่าการเลือกอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียว
และสำหรับองค์กรที่มีหลายห้องประชุม ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบเดียวกันทุกห้อง
การออกแบบที่เหมาะสมกว่า คือ กำหนดมาตรฐานตามประเภทห้อง เช่น Small / Medium / Large Conference Room เพื่อให้แต่ละห้องใช้งานง่าย ดูแลระบบง่าย และควบคุมงบประมาณได้ดีขึ้น
สรุป
ระบบประชุมทางไกลที่ดี ไม่จำเป็นต้องเป็นระบบที่แพงที่สุด
แต่ควรเป็นระบบที่ เหมาะกับห้องและลักษณะการประชุมมากที่สุด
ก่อนซื้อควรพิจารณา
จำนวนคน + ขนาดห้อง + ระยะไมโครโฟน + มุมกล้อง + ระบบเสียง + แพลตฟอร์มที่ใช้งาน + การดูแลหลังการติดตั้ง
เพราะการลงทุนกับระบบประชุมทางไกลไม่ได้เป็นเพียงการซื้อ “กล้องประชุม”
แต่คือการลงทุนกับ ประสิทธิภาพของการสื่อสารภายในองค์กร
หากออกแบบระบบได้เหมาะสม ผู้เข้าร่วมประชุมจะสามารถเริ่มประชุม แชร์หน้าจอ พูดคุย และทำงานร่วมกันได้โดยไม่ต้องเสียเวลาแก้ปัญหาทางเทคนิคทุกครั้ง
ต้องการออกแบบระบบประชุมให้เหมาะกับห้องของคุณ?
หากองค์กรกำลังปรับปรุงห้องประชุม หรือกำลังมองหาระบบประชุมทางไกลใหม่ ควรเริ่มจากการสำรวจ ขนาดห้อง จำนวนผู้ใช้งาน รูปแบบโต๊ะ ระยะกล้อง และระยะไมโครโฟน ก่อนเลือกอุปกรณ์
ทีมงานด้าน IT Solution สามารถช่วยประเมินความต้องการและออกแบบระบบให้เหมาะกับการใช้งานจริง เพื่อให้ได้ทั้ง คุณภาพเสียง ภาพที่ชัดเจน ใช้งานง่าย และควบคุมงบประมาณได้
ต้องการปรึกษาระบบประชุมทางไกลสำหรับองค์กร ติดต่อทีมงาน Infinix Solution เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับความต้องการของห้องประชุมและแนวทางการออกแบบระบบที่เหมาะสม
FAQ คำถามที่พบบ่อย
1. ห้องประชุม 5 คนจำเป็นต้องใช้ Video Conference System หรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบขนาดใหญ่ ห้องประชุมขนาดเล็กสามารถใช้ระบบ All-in-One ที่รวมกล้อง ไมโครโฟน และลำโพงไว้ด้วยกันได้ หากระยะและรูปแบบห้องเหมาะสม
2. ห้องประชุม 10 คนใช้กล้องประชุมตัวเดียวได้หรือไม่?
สามารถทำได้ในบางกรณี แต่ต้องพิจารณามุมมองของกล้องและระยะจากไมโครโฟนถึงผู้พูด หากห้องมีขนาดใหญ่หรือโต๊ะยาว อาจต้องเพิ่มไมโครโฟนหรือเลือกอุปกรณ์ที่รองรับการขยายระบบ
3. ห้องประชุม 20 คนควรมีไมโครโฟนกี่ตัว?
ไม่มีจำนวนที่ตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับขนาดห้อง รูปแบบโต๊ะ ระยะของผู้เข้าร่วม และความสามารถของระบบไมโครโฟน ควรออกแบบจาก Coverage ของเสียงมากกว่าการกำหนดจำนวนตัวจากจำนวนคนเพียงอย่างเดียว
4. ห้องประชุม 50 คนใช้กล้องประชุมตัวเดียวได้หรือไม่?
บางห้องอาจทำได้ แต่สำหรับห้องขนาดใหญ่ควรพิจารณาภาพรวมของระบบ ทั้งกล้อง ไมโครโฟน ลำโพง จอแสดงผล และระบบควบคุม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมทั้งในห้องและทางไกลได้รับประสบการณ์ที่ดี
5. ควรเลือกระบบประชุมจาก Zoom หรือ Microsoft Teams ก่อนหรือไม่?
ควรตรวจสอบแพลตฟอร์มที่องค์กรใช้งานเป็นหนึ่งในขั้นตอนการเลือก เพราะอุปกรณ์บางประเภทมีรูปแบบการเชื่อมต่อและการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มที่แตกต่างกัน
6. ระบบประชุมทางไกลราคาแพงกว่าดีกว่าเสมอหรือไม่?
ไม่เสมอไป ระบบที่มีราคาสูงแต่ไม่เหมาะกับขนาดห้องหรือรูปแบบการใช้งาน อาจให้ผลลัพธ์แย่กว่าระบบที่ออกแบบมาเหมาะสมกับห้องโดยตรง






